โจทย์ของเรื่องสั้นเรื่องนี้
คือ อาจารย์ให้นำเอาอัตชีวประวัติของบุคคลสำคัญ
มาเขียนเป็นเรื่องสั้นค่ะ ลองอ่านดูนะคะ

จริงๆ อาจารย์อยากอ่านบุคคลในประวัติศาสตร์การเมือง
แต่มันเข้าใจยากไปหน่อย เลยขอแหวกแนวเล็กน้อย

- - - - - - - - - - - - - - - - -

สร้างสรรค์ความเศร้า

          ห้องภาพกูปีล์แอนด์ซี กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ค.ศ.1873
          ย่านใจกลางกรุงที่คนกำลังพลุกพล่าน ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้นต่างก็เดินจ้ำอ้าวกันด้วยความเร่งรีบ ไม่มีใครหยุดดูภาพจิตรกรรม ไม่ว่าจะเป็นผลงานที่ดีเลิศเลอแค่ไหนก็ตาม ไม่มีใครจะเกิดอารมณ์สุนทรีย์มาหยุดเสพย์งานศิลปะกันตอนนี้ ทิ้งให้ภาพจิตรกรรมตั้งพิงผนังอยู่กับชายหนุ่มหน้าเข้มคนหนึ่ง
          ตั้งแต่ ‘วินเซนต์ แวนโกะห์’ ย้ายมาทำงานที่นี่ ก็ทำให้เขาได้มีโอกาสได้รู้จักกับเออร์ซูลา ลูกสาวของป้าโลแยร์ ซึ่งเป็นหญิงม่ายชาวฝรั่งเศส ด้วยความที่เขาอายุห่างจากเธอเพียงแค่ปีเดียว จึงทำให้เขาสนิทสนมกับเธอเป็นพิเศษ
          ยังไม่ทันที่เขาจะได้ลุกขึ้นไปจับไม้ขนไก่มาปัดฝุ่นทำความสะอาดรูปภาพที่แขวนเรียงราย หญิงสาววัยแรกรุ่นก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาตามทางเดินที่ปูด้วยอิฐ ผ่านร้านรวงต่างๆ มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าร้าน
          “มีอะไรหรือคุณเอิร์ซ วิ่งหน้าตาตื่นมาเชียว” แวนโกะห์เอ่ยขึ้น
          “แม่! วิน! แย่แล้ว...แม่ลื่นล้มที่โบสถ์ ตอนนี้บาทหลวงกำลังพาแม่ไปโรงพยาบาล”
          ยังไม่ทันที่เออร์ซูลาจะพูดจบ หนุ่มชาวดัตช์ก็วิ่งออกจากร้านไป ทิ้งให้หญิงสาวยืนเก้ออยู่ตามลำพัง เธอรู้ดีว่างานเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเขา แต่ชีวิตของผู้มีพระคุณอย่างนางโลแยร์ก็สำคัญเช่นกัน
          แวนโกะห์เป็นชายคนเดียวที่ได้ครอบครองใจของเธอ แต่เขาไม่เคยรู้เลย ในทางกลับกันเออร์ซูลาเองก็ไม่เคยรู้เช่นกันว่าตนก็เป็นเสมือนยอดดวงใจของเขา ทำให้เธอตัดสินใจอยู่เฝ้าห้องภาพแทนทั้งๆ ที่ใจกังวลเป็นห่วงแต่แม่
          เธอไว้ใจในตัวของชายหนุ่ม ว่าเขาจะต้องดูแลแม่ของเธอราวกับแม่บังเกิดเกล้าของตนเอง เธอคิดเช่นนั้น
          เมื่อแวนโกะห์มาถึงโรงพยาบาลก็ได้รับข่าวดีว่านางโลแยร์ปลอดภัยแล้ว ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะเล็กน้อย แต่ด้วยอายุที่มากแล้วจึงทำให้นางโลแยร์เจ็บมากพอสมควร ต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อเป็นการพักฟื้น
          “เออร์ซูลา...เออร์ซูลาล่ะวินเซนต์ เธออยู่ที่ไหน” นางโลแยร์ถามถึงบุตรสาว
          “เอ่อ...เธอวิ่งมาบอกข่าวคุณให้ผมที่ร้าน แล้วผมก็วิ่งออกมาเลยครับ เธอคงจะเฝ้าร้านให้ผม”
          หญิงชราเบือนหน้าหนี สีหน้าของเธอเหมือนมีอะไรบางอย่าง แต่แวนโกะห์ไม่กล้าเอ่ยปากถามคนตรงหน้า เขากุมมือของเธอไว้เพื่อเป็นการให้กำลังใจ
          “ถ้าฉันไม่อยู่แล้ว คุณจะดูแลเออร์ซูลาได้ไหมวิน” หญิงชราเอ่ยเสียงปร่า สร้างความแปลกหูให้คนฟังยิ่งนัก
          “ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะครับมาดาม คุณยังต้องอยู่กับเอิร์ซ คุณยังต้องอยู่กับผม...” เขาพูดด้วยความสะท้อนใจ
          “คุณเป็นคนเก่ง...วินเซนต์ ถ้าฉันจะฝากชีวิตของลูกอันเป็นยิ่งกว่าชีวิตของฉันไว้ที่คุณ ฉันไม่เคยเสียใจ ขอให้คุณรักหล่อนเสมือนน้องสาวแท้ๆ หรือคนรักของคุณ”
          ไม่นานนักนายแพทย์ผู้ดูแลนางโลแยร์ก็เดินเข้ามาขัดจังหวะการสนทนาของทั้งสอง แวนโกะห์ถูกนายแพทย์เรียกตัวไปเพื่อคุยกันเป็นการส่วนตัว ว่านางโลแยร์ต้องได้รับการตรวจสมองอีกครั้ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก
          และคืนนั้นเอง เออร์ซูลาก็มาเฝ้าแม่ของตนที่โรงพยาบาล โดยมีแวนโกะห์มาอยู่เป็นเพื่อน หลังจากที่นางโลแยร์ผล็อยหลับไปแล้ว ทั้งสองก็นั่งคุยกันท่ามกลางความเงียบ
          “ฉันว่าฉันจะไม่เรียนแล้วล่ะวิน ฉันจะออกหางานทำ หาเงินมารักษาแม่” หญิงสาวเอ่ยเสียงเศร้า
          “อย่าทำถึงขนาดนั้นเลยคุณเอิร์ซ ผมจะช่วยคุณเอง ขอให้ผมได้มีโอกาสตอบแทนพระคุณมาดาม ที่เมตตากรุณาให้ที่พักอาศัยแก่ผม”
          ชายหนุ่มเอื้อมคว้ามือของอีกฝ่ายมากุมไว้เพื่อเป็นการให้กำลังใจ ต่อมาเขาก็ไปปรึกษากับลุงผู้เป็นเจ้าของห้องภาพที่เขาทำงานอยู่ หลังจากที่ปรึกษากับเออร์ซูลาแล้วก็ไม่เห็นวิธีไหนที่เป็นทางออกที่ดี เพราะเธอคงจะคิดมาก
          แวนโกะห์มาทำงานตามปกติ ลุงของเขานัดไว้ว่าจะเข้ามาที่ห้องภาพตอนช่วงบ่าย ทำให้เขาต้องทำความสะอาดไว้รอ เมื่อลุงมาถึงก็มาบอกข่าวร้ายแก่เขาว่า เขาจะต้องย้ายที่ทานไปยังห้องภาพที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส
          “ผมถูกสั่งย้ายไปปารีส แล้วผมจะส่งเงินมาช่วยมาดามนะ” เขาเอ่ยกับเออร์ซูลาในวันหนึ่ง “ผมไม่อยากเห็นน้ำตาของคุณ เอิร์ซ...ผมรักคุณ”
          ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้บอกความในใจ ทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจเอ่ยมันออกไป ในขณะที่อีกฝ่ายมีน้ำรื้นมาคลอหน่วยตา
          “เราจะไม่มีวันได้เจอกันอีกเลยเหรอ...วิน”
          แวนโกะห์ไม่ได้ตอบอะไร เขาดึงร่างบางตรงหน้าเข้ามาสู้อ้อมอกของตนด้วยความรักและความปรารถนาดี
          “ผมจะไปเป็นจิตรกรด้วย ดีไหมคุณเอิร์ซ...อย่างน้อยก็ขอให้ได้ทำตามความฝัน”
          หญิงสาวพยักหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ดีใจกับเขาด้วย พร้อมกับเอ่ยว่า... “ฉันก็รักคุณ วินเซนต์”
          หลังจากที่เขาต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่กรุงปารีส เขาก็ไม่ได้ติดต่อกับเออร์ซูลาอีกเลยนานหลายเดือนทีเดียว จากเด็กหนุ่มผู้ไม่มีอะไรในชีวิต เขาก็เริ่มติดเหล้าและบุหรี่ จนกระทั่งเจ็บป่วยเป็นโรคต่างๆ แล้วก็ทรุดหนักลงเรื่อยๆ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมของตน
          ชีวิตของเขาเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ เมื่อเขาได้รู้ว่านางโลแยร์เสียชีวิต เขารู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เขาจึงไปรับเออร์ซูลามาอยู่ด้วยกันพร้อมกับขอเธอแต่งงาน เพื่อดูแลเธอตามที่ได้สัญญากับแม่ของเธอไว้ด้วยความรัก
          ด้วยปัญหาหลายอย่างที่เข้ามารุมเร้าพร้อมๆ กันทำให้แวนโกะห์กลายเป็นคนบ้าในสายตาคนอื่น ที่คิดว่าเขาทนรับกับปัญหาไม่ไหวจนสติฟั่นเฟือน เขาจึงถูกขังไว้ในห้องคนบ้าประเภทเป็นอันตราย
          “วิน...ฉันเชื่อว่าคุณไม่ได้บ้า ฉันรักคุณที่รัก” เออร์ซูลาพร่ำเพ้อขณะที่มาเยี่ยมเขา เธอร้องไห้ไปด้วย “อย่างน้อยชีวิตคุณก็ยังมีเรื่องดีๆ ที่คุณได้ทำตามความฝันของตัวเอง”
          “เป็นเรื่องทารุณมากกว่า” เขาพูดขึ้น “เป็นเรื่องทารุณอย่างยิ่งที่ได้รู้ว่า มีคนเป็นจำนวนมากขี้ขลาดพอที่จะร่วมกันเป็นปฏิปักษ์ต่อคนคนเดียว ซึ่งเป็นคนป่วยอยู่”
          “โธ่...วินเซนต์ที่รัก”
          ต่อมา เออร์ซูลาก็ได้รับข่าวร้ายเมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมคนไข้แจ้งเธอมาว่า แวนโกะห์พยายามจะฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหา เธอจึงรีบมาดูสามีทันที
          “วินเซนต์ที่รัก นี่คุณกำลังทำอะไรของคุณกัน คุณไม่แคร์ความรู้สึกฉันเลยใช่ไหมว่าฉันเป็นห่วงคุณจนจะขาดใจแล้ว” หญิงสาวพูดเมื่อได้เห็นผ้าพันศีรษะและหูของสามีเอาไว้
          “ผมไม่ได้จะฆ่าตัวตายหรอกเอิร์ซ พวกนั้นตื่นตระหนกกันไปเอง” เขาเอ่ย “คุณดูนี่สิ...”
          ว่าแล้วเขาก็หยิบภาพวาดผ้าใบผลงานของตนส่งให้ภรรยา มันเป็นภาพเหมือนของตัวเขาเอง หญิงสาวจึงรีบมันมาพร้อมกับพินิจพิเคราะห์อยู่พักใหญ่ และแล้ว...น้ำตาก็พร่างพรู
          “คุณ...คุณตัดหูของตัวเองเพียงเพราะวาดหูตัวเองไม่เหมือนหรือนี่! โอ...วินเซนต์”
          ชายหนุ่มยิ้มร่า การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเปรียบเสมือนชีวิตของจิตรกร เหมือนกับความเศร้าที่จะยังคงอยู่กับผู้คนไปชั่วนิรันดร์

- - - - - - - - - - - - - - - - -

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เศร้านะคะ....

#1 By Nart on 2009-10-02 21:32

แต่งเก่งจังค่ะ big smile

#2 By kekhuay on 2009-10-02 21:47

ปี 1873 นี่มี การ ตรวจสมองกันแล้วเหรอ ครับ

อันนี้ถามเพราะไม่รู้จริงๆ นะครับ sad smile sad smile

#3 By thongwriter on 2009-10-02 23:40

วินเซนต์นี่ก็แอบโหดเหมือนกันเนาะ - -"

กลับมาแล้วตะเอง

สบายดีมั๊ยคะ?

#4 By God of DeatH on 2009-10-03 00:26

cry

#5 By solapolo on 2009-10-03 13:05

ผู้ชายคนนี้สุดๆจริงๆ

#6 By mini-teddy on 2009-10-03 13:10

อ่านแล้วเข้าใจและรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่สื่อถึงแวนโกะหืได้ดีเลยทีเดียวครับ เพิ่มรายละเอียดอีกนิดนะ จะได้อารมณ์มากกว่า ชอบครับconfused smile confused smile

#7 By mr. tan-guy on 2009-10-04 10:58

นี่เรื่องจริงที่แต่งเติมเป็นเรื่องสั้นเหรอคะ?
มีบางมุมที่ไม่เคยได้ยินเลย ของวินเซนต์อ่าค่ะ เลยสงสัย
จะได้เก็บไว้เป็นความรู้ใหม่ big smile

#8 By Beautiful Lie on 2009-10-17 03:05