๒๕ : ศึกษาดูงาน 'กรุงเทพฯ - อยุธยา' [๒]
posted on 03 Aug 2009 02:30 by i-think-i-write in History, Knowledge, Travel
กว่าจะได้มาอัพวันที่ 2 ต่อ ก็ดองบล็อกไปนานโข
เน็ตที่หอเล่นไม่ได้หลายวันเลยค่ะ เพราะว่าฝนตกตลอด
ฝนตกทั้งวันทั้งคืนติดต่อกันมา 3 วันแล้ว
มาดูภาพวันที่ 2 กันต่อเลยดีกว่านะคะ
วันที่สองออกจากที่พักตั้งแต่เช้าก็มุ่งตรงมาที่วัดพระแก้ว
แต่ฉันเองเพิ่งไปเป็นการส่วนตัว และถ่ายรูปมาลงบล็อกนี้แล้ว
ก็เลยไม่ได้กดชัตเตอร์มามากเท่าวันแรก

อากาศตอนเช้ามันทำให้แสงดูครึ้มแบบแปลกๆ
(รูปกลางด้านบนทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าดำลงมากๆ)

ด้วยความที่มันเป็นตอนเช้า
เลยได้เห็นภาพทหารหลวงเดินมาอย่างพร้อมเพรียง
ประตูเข้าวัดพระแก้วมีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกคือ ประตูวิเศษไชยศรี
ส่วนประตูชั้นที่ 2 เป็นประตูทางเข้าพระราชวัง คือ ประตูพิมานไชยศรี

ขณะที่กำลังรอวิทยากร อาจารย์ก็ปล่อยให้ถ่ายรูปกัน ยังไม่มีคนมาเลย
และ...ด้านในถ่ายรูปไม่ได้ (อีกแล้ว)
บริเวณพระลาน (พระมหาปราสาท) จะมีพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกปราสาท พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ฯลฯ
จะมีหมู่พระมหามณเฑียร (ภาพล่างขวา) และหมู่พระมหาปราสาท (ภาพบนขวา)
จะมีเขตพระราชฐานชั้นในที่ไม่สามารถเข้าไปได้
นอกจากเจ้านายฝ่ายใน ผู้หญิงเท่านั้น

สำหรับบริเวณพระอุโบสถ จะไม่บรรยายอะไรให้มากความ
สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย
สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ใช้สำหรับเวียนเทียน
พระศรีรัตนเจดีย์ (พระแก้วมรกต) จะเป็นศิลปะลังกา
นาคพลสิงห์กระได (ภาพล่างกลาง) เป็นนาคที่มีหน้าเป็นคน
เป็นหัวกระไดที่เก่าแก่ที่สุด และรูปหล่อสัตว์หิมพานต์ทั้งหมดหล่อในสมัยรัชกาลที่ 5

ใช้เวลาอยู่ในวัดพระแก้วเสียนาน
แต่ไม่ค่อยได้กดชัตเตอร์ เพราะส่วนใหญ่มักจะไม่สามารถถ่ายรูปได้
จากนั้นก็ไปวัดโพธิ์ (วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร) กันต่อ

จะเข้าประตูก็ต้องเจอกับมัน (ภาพบนซ้าย) ก่อนเป็นอันดับแรก
ด้วยความที่รัชกาลที่ 3 ชอบดูหนังจีน รัชกาลที่ 1 ชอบดูหนักแขก
ศิลปะของวัดนี้เลยมีมากมายหลายชาติ
(ภาพบนขวา) จะเป็นหุ่นของพวกฤๅษีดัดตน
ที่มีทั้งหมด 24 ตัว (จากเมื่อก่อนมี 80 ตัว) ทำจากดีบุกผสมกับสังกะสี (เนื้อชิน)
ขออธิบายเรื่องยักษ์สักนิด ว่ายักษ์ทุกตัวสั่งทำจากจีน
รัชกาลที่ 3 เป็นผู้นำมา มี 2 ฝ่ายคือฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋น
ของแท้จะต้องมีหนวด 5 เส้นนะจ๊ะ ;]

เจดีย์สี่องค์ (ภาพบนซ้าย) เป็นเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 1-4
รัชกาลที่ 1 สีเขียว รัชกาลที่ 2 สีเหลือง
รัชกาลที่ 3 สีขาว และรัชกาลที่ 4 สีน้ำเงิน
มีเจดีย์เล็กๆ อีก 99 องค์
สำหรับพระประธานของที่นี่ ก็คือ พระพุทธเทวปฏิมากร (ภาพล่างซ้าย)

ส่วนพระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอน (ภาพล่างซ้าย)
เป็นพระที่ดังที่สุดในเชิงท่องเที่ยว ยาว 46 เมตร สูง 23 วา
รัชกาลที่ 3 ทรงสร้างขึ้น ที่พระบาทจะมีภาพมงคง 108 ภาพ
บาตรที่เรียงรายอยู่นั้น
คือบาตรหลังองค์พระนอน
ศาลาหมอนวด (ภาพบนกลาง) จะมีภาพนวด 60 ภาพ
ผสมไปกับฤๅษีดัดตน

ภาพนี้ก็จะเป็นภายในพระตำหนักวาสุกรี
ซึ่งเคยเป็นของกรมพระปรมานุชิตชิโนรสตอนออกผนวช
ปล. ที่นี่บันทึกวรรณคดีที่ต้นเสาเหมือนวัดพระแก้วที่บันทึกรามเกียรติ์นะ
นั่นก็คือ กลโคลงสี่ทิศ (จตุรทิศ)

แล้ววันที่ 2 ก็ผ่านไป...
พวกเราก็สนุกสนานอยู่แต่กับเด็กฝรั่ง น่ารักอ่ะ
ไม่ได้ถ่ายรูปมาเหมือนๆ กับเพื่อน เพราะมัวแต่สนใจฟังพระอาจารย์บรรยาย
เพื่อนๆ ก็พยายามจะ speaking English กันเสียเหลือเกิน
ฮาได้อีกแน่ะ ... ^[]^ อย่าให้เล่า เดี๋ยวยาว
แล้วก็คอยติดตามวันที่ 3 กันด้วยนะคะ วันที่สามไปอยุธยาค่ะ
วันนี้ไปก่อนเนอะ
ไปไหว้วัดพระแก้วล่าสุดเมื่อปีใหม่ครับ
บรรยากาศคล้ายๆ กัน แต่ว่าข้อมูลเนี่ยไม่ได้เอากลับมาฝากเล้ย.. เรียกว่าเดินอย่างเดียวจริงๆ..
น่าภูมิใจจังนะคะ ที่ยังมีศิลปะแห่งศาสนาให้เราทั้งชื่นชมและบูชาอย่างทุกวันนี้..
#1 By แอ้ on 2009-08-03 08:31