๒๒ : นิราศงานฉัน ,, ร้อยกรองงานฉัน
posted on 05 Jul 2009 13:32 by i-think-i-write in Life, Works
พูดถึงวิชาเอก (อีกแล้ว...) วันนี้จะขอเล่าถึงวิชา "วรรณคดีนิราศ"
อาจารย์ผู้สอนจัดพิธีไหว้ครูให้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้เอง
แปลกใจไหม ? ว่าทำไมไม่จัดวันพฤหัสฯ อันเป็นวันครู
เพราะวันศุกร์ทำพิธีในชั่วโมงเรียน
และเมื่อวันพฤหัสฯ เป็นพิธีไหว้ครูของดุริยางคศิลป์
ซึ่งอาจารย์ให้เอกภาษาไทยไปร่วมงานด้วย
พิธีไหว้ครูของเอกภาษาไทยเองก็ไหว้บรมครูอยู่ไม่กี่ท่าน
นั่นก็คือ...ท่านสุนทรภู่ พระพิฆเนศวร และระลึกถึงกรมพระปรมานุชิตชิโนรส (เจ้าฟ้ากุ้ง)
,,
ยังไม่ทันจะเริ่มเรียนทฤษฎีใดๆ
ท่านอาจารย์ก็สั่งให้ลูกศิษย์เขียนนิราศ

นิราศกำสรวล
|
|
จำจากไกลจากพี่พร่ำเพรียกหา |
|
ชลมารคทอดยาวสุดลูกตา |
ดำเนินเรื่องดำเนินมาเรื่อยเรียงไป |
|
เหลียวหลังมองแลพี่อยู่ลิบลิบ |
ราวกระซิบพริ้งพรายพิศพัดไหว |
|
จึงจำจรจากพี่ถิ่นแดนไกล |
กล้ำกลืนสุดจะหาไม่ใจโศกครวญ |
|
โอ้ดวงใจขาดห้วงพะวงล้า |
ไกลดวงตาคู่นั้นพรั่นกำสรวล |
|
ดั่งดวงใจทรมานด้วยโซ่ตรวน |
คิดรัญจวนจากไปไหนหวนคืน |
|
พรั่นรำพึงรำลึกถึงยอดดวงจิต |
เพ่งพินิจเพ่งแลแม้สุดฝืน |
|
พี่จ๋า...ข้าตนเดียวสุดกล้ำกลืน |
สุดขมขื่นสุดระทมสุดอาดูร |
|
แม้นลับตาพี่ยาพาแปรเปลี่ยน |
ดุจดั่งเทียนจุดจับพรับดับสูญ |
|
ภาวนาอธิษฐานทวีคูณ |
ดับเถิดกูณฑ์ดับเถิดใจไม่อาจิณ |
|
ถ้าได้กลับถ้าได้พบถ้าได้เห็น |
ครั้งนานเป็นกี่เดือนปีมิผิดผิน |
|
ให้ครวญเจ็บเหน็บใจทั้งชีวิน |
แม้นธรณินทร์สะเทือนทั่วโลกา |
|
ชลธารไหลเอื่อยค่อยเคลื่อนคล้อย |
เยือนลำเนาเจ้าคอยเฝ้าครวญหา |
|
กลับแล้วใกล้ดวงหทัยคู่ตุนา- |
หงันวาจาเสน่าหาครองคู่เอย |
เมื่อทำพิธีไหว้ครูเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ชั่วโมงนั้นอาจารย์ก็สั่งให้ลูกศิษย์เขียนกลอนเพื่อแนะนำตัวเอง
โดยให้แต่งในชั่วโมงเรียนแล้วส่งเลย
|
แนะนำตนด้วยนามตามความหมาย |
ว่านักปราชญ์พราวพรายศรีรักษา |
|
นามตัวเราจำเถิด "ปัณฑิตา" |
แปลเถิดว่ามีปัญญาจะให้คุณ |
|
อันต้นวงศ์สืบจากตระกูลเก่า |
ถิ่นลำเนาชาวบ้านมิใช่ขุน |
|
"จรกิ่ง" คือต้นวงศ์ต้นสกุล |
สืบต่อไปเป็นทุนสร้างเสียงไกร |
|
กำเนิดที่ปราจีนบุรีก่อน |
แล้วแรมรอนเรียนอีสานไม่สงสัย |
|
อุดมศึกษาให้ปัญญาจึงมาไกล |
คว้าบัณฑิตดุจนามไซร้ให้เปรมปรีดิ์ |
|
เมื่อยังน้อยรักไทยรักภาษา |
ชนม์สิบแปดเลือกมามนุษยฯ ศรี |
|
เรียนเอกไทยศึกษาวรรณคดี |
ศึกษานี้เรียนปีสามถามตัวตน |
|
อนาคตไม่แน่นอนแต่ขอกล่าว |
เราคือชาววรรณศิลป์ต้องฝึกฝน |
|
ฝันและใฝ่เป็นนักเขียนจะอดทน |
เมื่อรู้ตนตรากตรำเพื่อฝันเรา |

เมื่อคุณได้อ่านด้านบนทั้งสองเรื่องไปแล้ว
คุณจะสัมผัสได้เลยว่า ฉันเขียนร้อยกรองไม่เก่ง ...
เพราะฉันไม่ถนัดร้อยกรองเอาเสียเลย
ถนัดเขียนร้อยแก้วเสียมากกว่า
เอาเถอะ...นี่ยังไม่ทันได้เรียนทฤษฎีเลย
ถ้าได้เรียนทฤษฎีเพิ่มก็อาจจะได้นำมาใช้ปรับปรุงร้อยกรองของตัวเอง
,,
มีงานท่วมหัวรออยู่
ต้องเขียนเรื่องสั้นขนาดยาว เฮ้อ...
ปล.
- เรื่องสั้นเรื่องที่แล้วอาจารย์ไม่ยอมวิจารณ์ให้ค่ะ ไม่รู้ทำไม คาใจมากมาย
- เข้าพรรษานี้จะเอาข้อมูลที่ไหนไปเขียนสารคดีกันเนี่ย
ไพเราะมากมาย
น่าสนุกดีเนอะ
ได้เขียน เขียน เขียน
^0^
#1 By tae_moship on 2009-07-05 14:24