๑๗ : เพียงความเคลื่อนไหวดุจดั่งทานตะวัน
posted on 23 Jun 2009 23:54 by i-think-i-write in Life, Music
วันนี้ฉันเรียนวิชาเอก 'วรรณกรรมกับสังคมและการเมือง'
อาจารย์ผู้สอนพูดยกตัวอย่างถึงกลอนบทหนึ่งของวรรณกรรมเอก
เป็นผลงานของอ.เนาวรัตน์ พงศ์ไพบูลย์...เพียงความเคลื่อนไหว
เพียงกระเพื่อมเลื่อมรับวับวับไหว
ก็รู้ว่าน้ำใสใช่กระจก
เพียงแววตาคู่นั้นสั่นสะทก
ก็รู้ว่าในหัวอกมีหัวใจ
,,
ต้องขอเล่าย้อนก่อนว่า วรรณกรรมเรื่องนี้หาอ่านยากมาก
หาซื้อก็ยากด้วย ...
ฉันหาซื้อวรรณกรรมซีไรตืได้มาก็เกือบครบแล้ว
ยังเหลือแต่เพียงเรื่องนี้ กับเรื่องปูนปิดทองอีกเรื่องหนึ่ง
เคยได้ข่าวจากอาจารย์นักเขียนของฉันว่า
วรรณกรรมเรื่องนี้อ.เนาวรัตน์ไม่จัดพิมพ์ครั้งต่อไปแล้ว
อาจจะพิมพ์ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะพิมพ์อีกตอนไหน
อาจารย์พูดยกตัวอย่างขึ้นมา ยิ่งทำให้ฉันอยากอ่านมากขึ้น
ความหมายดี แฝงปรัชญา อย่างไม่น่าเชื่อว่าเป็นวรรณกรรมการเมือง
,,
น้ำใสกระเพื่อม แสดงให้รู้ว่าไม่ใช่กระจก
ดุจดั่งแววตาที่แสดงให้รู้ว่าผู้นั้นมีหัวใจ
เพราะดวงตา...เป็นหน้าต่างของดวงใจ
ฉันจึงลองหาข้อมูลในกูเกิ้ลเพิ่มเติม
ก็ได้เสพย์วรรณศิลป์ของวรรณกรรมเอกชิ้นนี้เพิ่มเติม
มือที่กำหมัดชื้นจนชุ่มเหงื่อ
ก็ร้อนเลือดเดือดเนื้อถนัดถนี่
กระหืดหอบฮวบล้มแต่ละที
ก็ยังดีที่ได้สู้ได้รู้รส
แม้ว่าเราจะเจออะไรที่เลวร้ายมามากมาย
แต่มันเป็นการดีที่สุดที่ทำให้เราได้รับรู้ว่าสิ่งนั้น เป็นอย่างนั้น
,,

ผลงานของอ.เนาวรัตน์ มักเป็นที่น่ายกย่อง
เพราะงานแต่ละชิ้นของท่านได้รับการสร้างสรรค์
อันเป็นลักษณะของวรรณกรรมเอก
อาทิเช่น เพลงทานตะวัน
ท่านเป็นคนแต่งเนื้อร้อง
ร่วมกับอ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ที่เป็นผู้แต่งทำนอง
,,
เพลง ทานตะวัน
ตะวันส่องใส แดดฉายลงมา ทาบทาทิวทุ่ง
แผ่วลมผ่านโรย เหมือนโปรยกลิ่นปรุง ดอกฟางหอมลอย
ดอกหญ้าดาว วับวาวทางเกลื่อน เหมือนดังหยาดพลอย
แตะนิดต้องน้อย ราวมณีร่วงพรู พัดพรายลงดิน
จะอยู่แดนไหน สุดฟ้าแสนไกล คะนึงถึงถิ่น
ด้าวแดนแผ่นดิน ที่เราจากมา เนิ่นนานแสนนาน
ดอกหญ้างาม งดงามดังก่อน หรือร่อนร่วงราน
แดดร้อนดินแล้ง ลมระงมแผ้วพาน บ้านนาป่าเขา
ทุ่มกายทุ่มใจ เข้าโหมแรงไฟ หัวใจแรงเร่า
ยิ่งสร้างยิ่งทำ ระกำหนักเบา ดิ้นรนหนทาง
เจ้ามิ่งขวัญ ยิ่งวันยิ่งเดือน ยิ่งเลือนยิ่งราง
ทอดทิ้งทุ่งร้าง วันและวันผ่านเยือน เหมือนเดินทางไกล
ตะวันส่องแสง สาดแสงลงมา ทาบทาทางใหม่
ร่วมจิตร่วมใจ ก้าวไปก้าวไป ฝ่าภัยร้อยพัน
มิ่งขวัญเอ๋ย หัวใจเรามั่น เหมือนทานตะวัน
เฉิดแสงแรงฝัน กลางรวีตะวัน สีทองส่องใส
,,
ฉันชอบเพลงนี้ เมื่อยามที่ได้ฟังครั้งแรก
แล้วคุณล่ะคะ รู้สึกอย่างไรบ้าง เห็นอะไรบ้าง ขณะที่กำลังฟังเพลงนี้
อย่างน้อย...เพลงนี้ก็บอกให้ฉันลุกขึ้นเพื่อสู้ต่อ
แล้วถ้าคุณชอบเพลงไหนสักเพลง
คุณจะยินยอมน้อมรับกำลังใจจากเพลงนั้นแต่โดยดีหรือไม่ ?
ก้าวไปเถิด ก้าวไปเพื่อฝ่าฟันอุปสรรค
ยิ้มรับกับแสงแดดที่เราคิดว่ามันร้อนแรงกล้า
ดุจดั่งทานตะวันที่พร้อมหันหน้าเผชิญกล้ากับแสงตะวันทุกเมื่อเชื่อวัน
ขอบคุณทานตะวัน เป็นแรงบันดาลใจให้ก่อเนิดเพลงๆ นี้
ขอบคุณเพื่อนของฉัน ที่นำมาให้ฟัง
ขอบคุณอ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ที่ทำให้ฉันได้เห็นภาพทานตะวัน
อันงดงามอยู่ในห้วงแห่งจินตนาการที่ไม่เคยสวยงามเท่านี้
,,
หลงใหลในสุรเสียงของขลุ่ย
มีหรือ...ที่ฉันจะปล่อยให้เพลงนี้ผ่านเลยไป
โดยไม่เสนาะสำเนียงเสียงคีตศิลป์

ทานตะวัน - พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ
(ปล.กว่าจะหาเพลง หาโค้ดมาใส่ได้ แทบตาย)
ใช่ค่ะ
เหตุการณ์ไม่ว่าดี ร้าย
พอมันเกิด...เราได้สัมผัสมัน
เราได้รับรู้รสชาติด้วยตัวเราเอง
ความทรงจำ...
ดีกว่าฟังจากคนอื่น....รับรู้แต่ไร้ความรู้สึก
สู้ค่ะ...ท้อบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ไปต่อค่ะ มาถึงขั้นนี้แล้ว
^^
#1 By anant on 2009-06-24 02:15