วันนี้ฉันเรียนวิชาเอก 'วรรณกรรมกับสังคมและการเมือง'
อาจารย์ผู้สอนพูดยกตัวอย่างถึงกลอนบทหนึ่งของวรรณกรรมเอก
เป็นผลงานของอ.เนาวรัตน์ พงศ์ไพบูลย์...เพียงความเคลื่อนไหว



เพียงกระเพื่อมเลื่อมรับวับวับไหว
ก็รู้ว่าน้ำใสใช่กระจก
เพียงแววตาคู่นั้นสั่นสะทก

ก็รู้ว่าในหัวอกมีหัวใจ

,,

ต้องขอเล่าย้อนก่อนว่า วรรณกรรมเรื่องนี้หาอ่านยากมาก
หาซื้อก็ยากด้วย ...

ฉันหาซื้อวรรณกรรมซีไรตืได้มาก็เกือบครบแล้ว
ยังเหลือแต่เพียงเรื่องนี้ กับเรื่องปูนปิดทองอีกเรื่องหนึ่ง

เคยได้ข่าวจากอาจารย์นักเขียนของฉันว่า
วรรณกรรมเรื่องนี้อ.เนาวรัตน์ไม่จัดพิมพ์ครั้งต่อไปแล้ว
อาจจะพิมพ์ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะพิมพ์อีกตอนไหน



อาจารย์พูดยกตัวอย่างขึ้นมา ยิ่งทำให้ฉันอยากอ่านมากขึ้น
ความหมายดี แฝงปรัชญา อย่างไม่น่าเชื่อว่าเป็นวรรณกรรมการเมือง

,,

น้ำใสกระเพื่อม แสดงให้รู้ว่าไม่ใช่กระจก
ดุจดั่งแววตาที่แสดงให้รู้ว่าผู้นั้นมีหัวใจ

เพราะดวงตา...เป็นหน้าต่างของดวงใจ



ฉันจึงลองหาข้อมูลในกูเกิ้ลเพิ่มเติม
ก็ได้เสพย์วรรณศิลป์ของวรรณกรรมเอกชิ้นนี้เพิ่มเติม

มือที่กำหมัดชื้นจนชุ่มเหงื่อ
ก็ร้อนเลือดเดือดเนื้อถนัดถนี่
กระหืดหอบฮวบล้มแต่ละที
ก็ยังดีที่ได้สู้ได้รู้รส

แม้ว่าเราจะเจออะไรที่เลวร้ายมามากมาย
แต่มันเป็นการดีที่สุดที่ทำให้เราได้รับรู้ว่าสิ่งนั้น เป็นอย่างนั้น

,,





ผลงานของอ.เนาวรัตน์ มักเป็นที่น่ายกย่อง
เพราะงานแต่ละชิ้นของท่านได้รับการสร้างสรรค์
อันเป็นลักษณะของวรรณกรรมเอก

อาทิเช่น เพลงทานตะวัน

ท่านเป็นคนแต่งเนื้อร้อง
ร่วมกับอ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ที่เป็นผู้แต่งทำนอง

,,



เพลง ทานตะวัน

ตะวันส่องใส    แดดฉายลงมา   ทาบทาทิวทุ่ง
แผ่วลมผ่านโรย    เหมือนโปรยกลิ่นปรุง   ดอกฟางหอมลอย
ดอกหญ้าดาว   วับวาวทางเกลื่อน   เหมือนดังหยาดพลอย
แตะนิดต้องน้อย  ราวมณีร่วงพรู   พัดพรายลงดิน

จะอยู่แดนไหน  สุดฟ้าแสนไกล   คะนึงถึงถิ่น
ด้าวแดนแผ่นดิน  ที่เราจากมา   เนิ่นนานแสนนาน
ดอกหญ้างาม   งดงามดังก่อน   หรือร่อนร่วงราน
แดดร้อนดินแล้ง  ลมระงมแผ้วพาน  บ้านนาป่าเขา

ทุ่มกายทุ่มใจ  เข้าโหมแรงไฟ   หัวใจแรงเร่า
ยิ่งสร้างยิ่งทำ  ระกำหนักเบา   ดิ้นรนหนทาง
เจ้ามิ่งขวัญ   ยิ่งวันยิ่งเดือน   ยิ่งเลือนยิ่งราง
ทอดทิ้งทุ่งร้าง วันและวันผ่านเยือน   เหมือนเดินทางไกล
 
ตะวันส่องแสง  สาดแสงลงมา  ทาบทาทางใหม่
ร่วมจิตร่วมใจ  ก้าวไปก้าวไป   ฝ่าภัยร้อยพัน
มิ่งขวัญเอ๋ย หัวใจเรามั่น   เหมือนทานตะวัน
เฉิดแสงแรงฝัน   กลางรวีตะวัน   สีทองส่องใส


,,

ฉันชอบเพลงนี้ เมื่อยามที่ได้ฟังครั้งแรก
แล้วคุณล่ะคะ รู้สึกอย่างไรบ้าง เห็นอะไรบ้าง ขณะที่กำลังฟังเพลงนี้

อย่างน้อย...เพลงนี้ก็บอกให้ฉันลุกขึ้นเพื่อสู้ต่อ
แล้วถ้าคุณชอบเพลงไหนสักเพลง
คุณจะยินยอมน้อมรับกำลังใจจากเพลงนั้นแต่โดยดีหรือไม่ ?

ก้าวไปเถิด ก้าวไปเพื่อฝ่าฟันอุปสรรค
ยิ้มรับกับแสงแดดที่เราคิดว่ามันร้อนแรงกล้า
ดุจดั่งทานตะวันที่พร้อมหันหน้าเผชิญกล้ากับแสงตะวันทุกเมื่อเชื่อวัน



ขอบคุณทานตะวัน เป็นแรงบันดาลใจให้ก่อเนิดเพลงๆ นี้
ขอบคุณเพื่อนของฉัน ที่นำมาให้ฟัง

ขอบคุณอ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ที่ทำให้ฉันได้เห็นภาพทานตะวัน
อันงดงามอยู่ในห้วงแห่งจินตนาการที่ไม่เคยสวยงามเท่านี้

,,

หลงใหลในสุรเสียงของขลุ่ย
มีหรือ...ที่ฉันจะปล่อยให้เพลงนี้ผ่านเลยไป
โดยไม่เสนาะสำเนียงเสียงคีตศิลป์






ทานตะวัน - พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ
(ปล.กว่าจะหาเพลง หาโค้ดมาใส่ได้ แทบตาย)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

.=.ด้สั

ใช่ค่ะ

เหตุการณ์ไม่ว่าดี ร้าย
พอมันเกิด...เราได้สัมผัสมัน
เราได้รับรู้รสชาติด้วยตัวเราเอง
ความทรงจำ...
ดีกว่าฟังจากคนอื่น....รับรู้แต่ไร้ความรู้สึก




สู้ค่ะ...ท้อบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ไปต่อค่ะ มาถึงขั้นนี้แล้ว


^^

#1 By anant on 2009-06-24 02:15

สวัสดีค่ะ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นค่ะ ยินดีค่ะbig smile

#2 By thaimindgirl on 2009-06-24 02:22

โอ้โห ได้รู้จัก แฟนกวี เหมือนกัน
เหมือนได้เจอ เนื้องอก หุหะ ม่ายช่าย

#3 By Mr.( ํ_ ํ)Smile on 2009-06-24 02:24

เป็นเพลงที่ใช้สร้างกำลังใจได้ดีมากเลยค่ะ

^^

บางสิ่งบางอย่าง เราก็ต้องเรียนรู้และสัมผัสมันด้วยตัวเอง เราถึงจะเข้าใจในความหมายของการกระทำนั้นๆ

#4 By BassYoncE on 2009-06-24 04:47

ตา หู ผิวหนัง จมูก มีเหมือนกัน เท่ากัน
แต่ทำไมเรามองไม่ได้แบบที่เขามอง รู้สึกไม่ได้อย่างที่เขารู้สึก

..

แต่อย่างน้อย ก็ซาบซึ้ง เมื่อได้อ่าน ได้ยิน
~ เคลิ้มมมมม

#5 By 'ฟาย..ฟลาย on 2009-06-24 07:10

ยังไงเราก็ต้องเผชิญหน้ากับแสงตะวันค่ะ confused smile confused smile

#6 By eVeZaa on 2009-06-24 07:29

big smile ว่างๆมาอ่านให้ฟังหน่อยนะค๊ะ อยากอ่านด้วยคนค่ะbig smile

#7 By solapolo on 2009-06-24 08:38

อ๊ะ....เม้นท์ได้แล้ว (ดีใจ 555)

อ่านเรื่องของคุณแล้วรู้สึกถึงบางอย่าง???

นั่นสินะ การที่เค้าชอบเพลงไหนสักเพลง

เค้าก็ยึดเพลงนั้นเพื่อเป็นกำลังใจเหมือนกัน

ทั้งที่บางครั้งแค่ได้ฟัง มันกลับทำให้กำลังใจของเรา

เพิ่มขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ทีเดียว...

เราเองก็ต้องสู้นะ พยายามด้วยกันนะคะคุณ จขบ.

#8 By God of DeatH on 2009-06-24 10:01

ทำให้สนใจวรรณกรรมขึ้นมาเลยทีเดียว

#9 By mini-teddy on 2009-06-24 12:37

ขอบคุณจร้า...
ว้าววววว

#10 By Mac_style on 2009-06-24 14:44

ทุกเรื่องราวที่ผ่าน

ทำให้รู้จักชีวิต



ชอบเนอะ

confused smile

#11 By Eulogy on 2009-06-24 14:45

เพลงทานตะวันนี้ เมื่อก่อนผมก็ฟังบ่อยๆ ครับ ส่วนมากเพื่อนเปิดให้ฟัง อีกอย่างกลอนของ อ.เนาวรัตน์นั้นขึ้นระดับไปแล้วครับ

โอ้...ซื้อหนังสือซีไรต์มาเกือบทุกเล่มเลยหรือครับ
ปูนปิดทอง ผมยังไม่ได้อ่านเลยครับ รู้สึกว่าเล่มมันหนา แล้วมันท้อ อีกอย่างไม่มีตังค์ด้วย

อาจารย์ท่านที่ว่านั้นเป็นนักเขียนด้วยเหรอครับ
เออ...เห็นว่ามีอยู่ไม่กี่คนนะครับ คนหนึ่งก็เป็นอาจารย์ที่ผมเคารพมาก เห็นว่าไปทำเรียนต่อแถวยุโรป อีกคนหนึ่งน่าจะชื่อว่า อาจารย์ ช.

ถูกไหมครับ...
ยินดีที่ได้รู้จักคนชอบอ่านหนังสือครับ...
big smile
เพลงทานตะวัน มีตัวอักษรที่สวยงามและสร้างกำลังใจให้เราได้นะครับ
ชอบท่อนนี้
"ตะวันส่องแสง สาดแสงลงมา ทาบทาทางใหม่
ร่วมจิตร่วมใจ ก้าวไปก้าวไป ฝ่าภัยร้อยพัน"

สวัสดีครับ ดีใจที่ได้รู้จัก
แล้วจะแวะเข้ามาอ่านอีกนะครับ surprised smile big smile

#13 By Recycle Boy on 2009-06-24 14:53

ชอบเพลงนี้เหมือนกันค่ะbig smile open-mounthed smile confused smile

#14 By Moo Duck Dick on 2009-06-24 14:55

เพลงเพราะ~

#15 By ki-ka-pu on 2009-06-24 16:43

"ดอกหญ้าดาว วับวาวทางเกลื่อน เหมือนดังหยาดพลอย"
ดอกหญ้า-ดาว...สองอย่างนี้ห่างกันคนละฟากฟ้าเลยนะครับ การจับมาอยู่คู่กันนี่ถือว่าเห็นภาพของความแตกต่างและการเปลี่ยนแปลงชัดเจนเลยทีเดียว
ชอบท่อนนี้จัง

ถ้าหมายถึงเพลงที่ให้กำลังใจ
ก็จะนึกถึงเพลง "ฤดูที่แตกต่าง" ทุกครั้ง ผมฟังทั้งห้าเวอร์ชั่นเลยนะนั่น

ดอกทานตะวันก็สวยดีนะครับ
สีเหลือง ดอกใหญ่ มีชีวิตแบบง่ายๆ ท่ามกลางไอแดด

big smile

#16 By YAI4056 on 2009-06-24 16:54

ชอบผลงานของคุณเนาวรัตน์เสมอมาเลยค่ะ เมื่อก่อนเลยเป็นเด็กน้อยฝึกแต่งกลอน ก็ได้แต่อ่านและทึ่งกับผลงานของท่าน.. แต่ละบทนี่อ่านแล้วขนลุกเกรียวๆ..
big smile

#17 By แอ้ on 2009-06-24 16:54

ขอบคุณสำหรับกำลังใจดีๆที่มีให้กันนะครับbig smile

#18 By Kuroiketaro on 2009-06-24 17:26

ปกติไม่ค่อยได้อ่านงานเขียนรางวัล

ซักเท่าไหร่ค่ะ

แต่ก็อยากลองหาหามาอ่านบ้าง

เผื่อจะได้อะไรใหม่ๆบ้างค่ะ

โดยส่วนตัวชอบเพลงฤดูที่แตกต่างค่ะ

เพราะฟังแล้วรู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย

ไม่ว่าจะมีอุปสรรคแค่ไหน

แต่เราก็ต้องผ่านมันไปได้

^0^

#19 By tae_moship on 2009-06-24 19:57

บทกวีอีกบทหนึ่งของคุณเนาว์ที่ผมชอบ ไม่รู้เคยอ่านหรือเปล่า

มาสิอุปสรรค
มาประจักษ์ มาประจัน
เติมเข้มให้เต็มครัน
ความเป็นคน ให้ข้นคน
สองตีนจะติดดิน
สองมือชิน เสมอชน
ฝนห่าจะฝ่าหน
โหมพลัง เข้าถั่งโถม
.
.
.
มีต่ออีกครับ

#20 By kurt on 2009-06-29 01:16